ทิศทางของอุตสาหกรรมอวกาศ (Major trends in the space sector)

03/19/2021
catsatcom

เทคโนโลยีอวกาศกำลังเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าตื่นเต้นในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมานี้ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 ที่เริ่มมีการสำรวจอวกาศครั้งแรกของโลก อุตสาหกรรมอวกาศก็ก้าวหน้าไปไกลกว่าเดิมมาก มีการก่อตั้งสถานีอวกาศ โครงการสำรวจดาวเคราะห์ต่างๆ เทคโนโลยีดาวเทียมสื่อสารใหม่ๆ อย่าง LEO Satellite รวมไปถึงการขนส่งมนุษย์เพื่อเดินทางไปในอวกาศ สิ่งเหล่านี้กำลังถูกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของมนุษย์โลกในระยะเวลาอันใกล้นี้อย่างแน่นอน NT Satcom ขอสรุปเทรนด์อุตสาหกรรมอวกาศที่มีการให้บริการและกำลังพัฒนากันอยู่ในปัจจุบัน ดังต่อไปนี้

1.Satellite Communication

ปริมาณความต้องการใช้งานระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นรองรับพื้นที่การให้บริการที่ครอบคลุมทั่วโลก สำหรับกลุ่มลูกค้าอย่าง Maritime, IoT, M2M และ Mobility ต่างๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดาวเทียม LEO (Low Earth Orbit) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทต่อการให้บริการในอุตสาหกรรมดาวเทียมอย่างมีนัยยะสำคัญ มีความเร็วสูงในการรับส่งข้อมูล มีค่าความหน่วงเวลาของสัญญาณสื่อสาร (Delay Time) ที่ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับระบบดาวเทียมสื่อสารแบบเดิม

2.Earth Observation

เป็นเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการสำรวจ การเฝ้าระวังและการตรวจสอบข้อมูล จากสภาวะแวดล้อมที่เกิดขึ้นทั่วโลก ภัยธรรมชาติต่างๆ  อุตุนิยมวิทยา สภาวะมลพิษในชั้นบรรยากาศ พายุ การปกคลุมของหิมะ ฯลฯ ซึ่งในปัจจุบันข้อมูลเหล่านี้มีความต้องการการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย เพื่อไปใช้สำหรับการวิเคราะห์ การทำ Data Analyitic จากกลุ่มข้อมูลที่จัดเก็บได้ เพื่อสนับสนุนการรับรู้และเฝ้าระวังสถานการณ์ ที่อาจจะก่อความเสียหายแก่โลกในอนาคต

3.Navigation

ระบบการวัดพิกัดตำแหน่งและเทคโนโลยีการนำร่องการเดินทางด้วยระบบดาวเทียม มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการนำทางและการสำรวจ โดยเทคโนโลยีอย่าง GNSS (Global Naviagation Satellite System) ซึ่งมีความถูกต้องแม่นยำและลดความคลาดเคลื่อนเชิงตำแหน่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อยอดจากเทคโนโลยีดาวเทียม GPS (Global Positioning System) เดิม เทคโนโลยี GNSS กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการต่อยอดธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการการใช้งานการนำทางและการระบุตำแหน่ง ระบบแสดงพิกัด การนำร่องและเวลา หรือเรียกว่า PNT (Positioning, Navigation, and Timing) ช่วยให้เศรษฐกิจมีการต่อยอดพัฒนา การขนส่งและการรักษาความปลอดภัยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

4.Access to Space

ความต้องการมุ่งสู่อวกาศเพื่อการสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ยานสำรวจหรือดาวเทียม ด้วยการส่งจรวดเพื่อขนส่งขึ้นสู่วงโคจรนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะต้องสร้างแรงขับดันที่มากพอจะสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกล้วนต้องอาศัยพลังงานอย่างมหาศาล ยานพาหนะที่จะเคลื่อนที่จากพื้นโลกสู่อวกาศได้ต้องมีความแข็งแกร่งคงทนต่อสภาวะอากาศในช่วงเวลาขนส่งได้ ตลอดจนความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการนำจรวดที่ทะยานขึ้นไปแล้วกลับลงมาอย่างปลอดภัยก็ยากขึ้นไปอีกขั้น เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกจะเร่งวัตถุที่ตกกลับลงมาให้มีความเร็วสูงขึ้น จนยากต่อการควบคุม ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการเอกชนสามารถทำได้สำเร็จและกำลังมุ่งมั่นพัฒนาให้ระบบและเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดค่าใช้จ่าย มีความคุ้มค่าสำหรับการให้บริการธุรกิจมุ่งสู่อวกาศมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้กลุ่มบริการหลายกลุ่มในอุตสาหกรรมอวกาศนำไปต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.Space Situational Awareness (SSA) and Space Traffic Management (STM)

เนื่องจากกิจกรรมในอุตสาหกรรมอวกาศมีจำนวนเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานหรือมาตรฐานการจัดการที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก เพื่อควบคุมและป้องกัน การใช้งานพื้นที่อวกาศ การเคลื่อนที่ของยานอวกาศตามวงโคจรระดับต่างๆ และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ตลอดจนส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หรือที่เรียกว่า Space Traffic Management (STM) สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศที่ยั่งยืน

6.Space Exploration

ไม่เพียงแค่อุตสาหกรรมอวกาศจะรองรับการให้บริการที่หลากหลาย ซึ่งผลต่อการพัฒนาโลกในหลายด้าน อย่างเช่นการเฝ้าระวัง การสำรวจ การสื่อสาร ยังมีการผจญภัยเดินทางไปยังกลุ่มดาวเคราะห์ที่มนุษย์ยังไม่ได้ไปสำรวจอย่างจริงจังในอดีต ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการค้นหา เทคโนโลยีใหม่ องค์ความรู้ทางชีวภาพ เคมี และฟิสิกส์ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยพบเจอบนโลก เพื่อต่อยอดการเดินทางไปใช้ชีวิตบนดาวดวงใหม่ เหมือนภาพยนต์ Sci-fi ที่เราได้รับชมกันมาในอดีต ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะได้เห็นเทคโนโลยีเพื่อสร้างอารยธรรมใหม่ๆ นอกโลก บนดาวดวงอื่นของมนุษย์เราอย่างแน่นอน

Comments are closed.